Swn-Inv Economic Focus

One for all Or All for one

โรงเรียนสอนธุรกิจ part I

แสดงความเห็นโดย swninv บน ตุลาคม 10, 2007

จากการตั้งหัวข้อ คงจะแปลกใจกันทำไมเปลี่ยนแนว พอดีผมไปได้ ebook ชุดหนึ่งมา ซึ่งเป็นบทสรุปย่อจากหนังสือชื่อดัง “พ่อรวยสอนลูก” ผมคิดว่าไม่น่าจะไม่มีใครไม่รู้จักนะครับ คุณ Robert T. Kiyosaki ผู้แต่งหนังสือ Rich Dad’s นะครับ แต่ส่วนที่ผมจะเอามาเขียนวันนี้จะนำมาจาก “โรงเรียนสอนธุรกิจ” เริ่มกันเลยดีกว่าครับ

ทำไมคุณถึงแนะนำธุรกิจนี้?

มีคนถามผมเสมอว่า ทำไมผมจึงแนะนำธุรกิจเครือข่ายให้กับคนทั่วไป ทั้ง ๆ ทีผมก็ไม่ได้ร่ำรวยขึ้นมา

จากธุรกิจการตลาดแบบเครือข่ายสักหน่อย

ครับ ผมมีเหตุผลอยู่หลายประการที่ทำเช่นนี้ และนี่แหละครับคือที่มาของหนังสือเล่มนี้

โอกาสที่ 1 : โอกาสในการเรียนรู้ธุรกิจที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของคุณไม่ใช่เรื่องเงิน

เมื่อเข้าไปรับฟังธุรกิจการตลาดแบบเครือข่าย ประโยคที่ผมมัก จะได้ยินค่อนข้างบ่อยก็คือ เรามีแผนการตลาดที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุด

พวกเขามักจะเล่าถึงคนที่สามารถทำเงินได้ถึงหนึ่งแสนเหรียญต่อเดือน

จากธุรกิจของเขาให้ฟังอย่างตื่นเต้น และผมก็ได้เคยพบกับคนเหล่านั้นจริง ๆ มาแล้วด้วย ผมจึงไม่มีความสงสัย

ในศักยภาพของการสร้างรายได้มากมายจากธุรกิจเครือข่ายเลย

โอกาสที่ 2: โอกาสในการเปลี่ยนมาอยู่ด้านขวาของเงินสี่ด้าน แทนที่จะเป็นแค่เพียงเปลี่ยนงานคุณเคยได้ยินคนพูดประโยคต่อไปนี้บ่อยแค่ไหน

1. “ผมอยากจะหยุดทำงานเสียที

2. “ฉันเบื่อแล้วกับการเปลี่ยนงาน

3. “ผมอยากจะมีรายได้มากกว่านี้ แต่ผมก็ไม่อยากลาออกจากงานและเริ่มต้นใหม่อีก แล้วผมก็ไม่อยากกลับไปเรียนหนังสือเพื่อศึกษาวิชาชีพใหม่ ๆ อีก

4. “ทุกครั้งที่เงินเดือนขึ้น ภาษีก็ขึ้นตามทุกที

5. “ผมทำงานหนักมากแต่เจ้าของบริษัทรวยอยู่คนเดียว

6. “ผมทำงานหนักมาก แต่ผมก็ยังมีปัญหาเรื่องการเงินอยู่ผมคงต้องวางแผนเรื่องการเกษียณของผมใหม่

7. “ฉันกลัวว่าเทคโนโลยีใหม่ ๆ จะทำให้ฉันเป็นคนล้าสมัยไปเสียแล้ว

8. “ฉันแก่เกินไป แล้วก็ไม่สามารถทำงานหนักเช่นนี้ต่อไปได้อีกแล้ว

9. “ผมเรียนจบทันตแพทย์ แต่ผมก็เบื่อที่จะเป็นทันตแพทย์แล้ว

10. “ผมเพียงแต่ต้องการหาอะไรใหม่ ๆ ทำและได้มีโอกาสพบกับคนกลุ่มใหม่ ๆ บ้าง ผมเบื่อที่จะต้องทำงานกับคนที่ไม่มีความกระตือรือร้นและก็ไม่มีเป้าหมายในชีวิต ผมเบื่อที่จะต้องทำงานกับคนที่ทำงานไปวัน ๆ แบบเช้าชามเย็นชามและไม่อยากที่จะทำงานกับบริษัทที่จ่ายเงินให้กับเราเพียงแค่ทำให้เราพออยู่ได้เท่านั้น

โอกาสที่ 3 : โอกาสที่จะเข้าสู่ด้าน  B(เจ้าของกิจการ)  ด้วยต้นทุนในการเริ่มต้นและการดำเนินการต่ำกว่า

ในระหว่างที่ผมได้รับเชิญให้ไปบรรยายเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจและการลงทุนให้กับผู้ฟังกลุ่มหนึ่งที่โบสถ์ ก็

มีคนคนหนึ่งถามผมขึ้นว่า ถ้าด้าน B ดีกว่าด้านอื่นมากถึงขนาดนี้ ทำไมคนส่วนใหญ่จึง ไม่มีเริ่มต้นกันที่ด้าน Bเสียเลย

มันก็คงจะไม่ใช้เรื่องง่ายเลยที่จะตอบคำถามนี้ และถ้าจะตอบเอาแบบง่าย ๆ ว่า เพราะต้นทุนมัน

สูงคำตอบนี้ก็อาจจะไม่ได้ให้ความหมายถึงเรื่องต่าง ๆ อีกหลายเรื่องที่ครอบคลุมกว้างกว่าเรื่องของเงินมากที่เดียว มีปัจจัยอื่น ๆ อีกมากที่จะต้องทุ่มเทเข้าไปเพื่อสร้างธุรกิจในด้าน

B นี้

โอกาสที่ 4 : โอกาสที่จะไดลงทุนในธุรกิจประเภทเดียวกันกับที่คนรวยทำ

ช่วยแนะนำผมหน่อยได้ไหมครับว่าจะมีวิธีลงทุนในอสังหาริม-ทรัพย์อย่างไรโดยที่ไม่ต้องใช้เงินดาวน์?

นี่เป็นตัวอย่างของคำถามที่ผมพบนับครั้งไม่ถ้วน ผมรู้ว่าการลงทุนแบบนี้ก็พอมีอยู่บ้าง แต่สิ่งที่ผมไม่เข้าใจและรู้สึกแปลกใจก็คือ ทำไมคนจึงมองหาแต่

การลงทุนที่ไม่ต้องใช้เงินทุนแบบนี้มากมายเหลือเกิน ในที่สุดผมก็ได้พบคำตอบว่า เหตุที่คนเหล่านี้มองหาการ

ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ต้องใช้เงินดาวน์ก็เป็นเพราะว่าพวกเขาไม่มีอะไรเลยที่จะดาวน์นั่นเอง

โอกาสที่ 5 : โอกาสในการสร้างความฝันให้เป็นจริง พ่อรวยของผมเคยพูดว่า มีคนเป็นจำนวนมากที่ไม่มีความใฝ่ฝันอะไรเลย

เพราะอะไรเหรอครับผมถาม

ก็เพราะว่าความฝันเป็นสิ่งที่มีต้นทุนท่านตอบ

จุดประกายความใฝ่ฝัน

คิมภรรยาของผมและตัวผมเอง ได้มีโอกาสเข้าร่วมงานสังสรรค์ที่ผู้นำระดับสูงในธุรกิจเครือข่ายท่าน

หนึ่งจัดขึ้นที่คฤหาสน์ของเขาซึ้งมีพื้นทีถึง 17,000 ตารางฟุต ในโรงรถของเขาก็มีรถจอดอยู่ถึง 8 คัน และหนึ่ง

ในนั้นก็เป็นรถลิมูซีน นอกจากนี้ในโรงรถของเขาก็ยังมีบรรดาของเล่นของเขาเก็บอยู่ด้วย ตัวบ้านและของเล่น

ของเขาเป็นสิ่งที่ประทับใจผมที่เดียว แต่สิ่งที่ประทับใจผมมากที่สุดก็คือ ชื่อถนนที่บ้านเขาตั้งอยู่เป็นชื่อถนนโดย

ใช้ชื่อสกุลของเขา เขาตอบว่า ง่ายมาก ผมบริจาคเงินสร้างโรงเรียนประชาบาล สร้างห้องสมุด ทางการก็เลยตั้งชื่อถนนให้เป็นเกียรติกับผมคำตอบนั้นเองทำให้ผมรู้ว่าความฝันของเขานั้นใหญ่กว่าของผมมาก ผมยังไม่

เคยมีความฝันที่จะมีชื่อสกุลของผมเป็นชื่อถนน หรือบริจาคเงินเพื่อสร้างโรงเรียน สร้างห้องสมุดแบบนี้เลย เมื่อ

กลับจากบ้านของเขาในคืนวันนั้น ผมตระหนักดีว่าถึงเวลาแล้วที่ผมจะต้องเพิ่มขนาดความฝันของผมสักที

โอกาสที่ 6 : คุณค่าของธุรกิจเครือข่ายวัดด้วยอะไร

ในปี 1974 ซึ่งเป็นช่วงที่ผมกำลังทำงานอยู่กับบริษัทซีร็อกซ์ที่ฮาวาย ผมมีปัญหาเกี่ยวกับการขายเครื่องแฟกซ์ของซีร็อกซ์เพราะว่าทันเป็นสินค้าใหม่ และที่ยากไปกว่านั้นก็คือคำถามที่ว่า

มีใครที่ซื้อเครื่องนี้ไป

แล้วบ้าง ? พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ ถึงคุณมีเครื่องแฟกซ์แต่ถ้าคนอื่นเขาไม่มีกัน ก็ไม่มีความหมายอะไร กล่าวคือคือเราจะต้องมีเครือข่ายของเครื่องแฟกซ์ แต่หลังจาก 10 ปีผ่านไป วันนี้มีผู้คนใช้เครื่องแฟกซ์ก็มีมากขึ้น

กิจการทุกแห่งจะต้องมีเครื่องแฟกซ์อย่างน้อยหนึ่งเครื่อง คุณค่าของเครื่องแฟกซ์ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเมื่อเครื่องแฟกซ์

เกิดโยงใยกลายเป็นเครื่องข่ายขึ้นมา และการขายก็คำได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

โอกาสที่ 7 : คุณค่าที่คุณประเมินตัวเองจะเป็นตัวกำหนดสิ่งที่คุณเป็นได้อย่างไร

ระหว่างที่ผมกำลังบรรยายเรื่องการเริ่มต้นและการสร้างธุรกิจก็มีผู้เข้ารับการอบมรคนหนึ่งถามผมว่า

ทำไมคุณค่าที่เราประเมินตัวเองจึงมีความสำคัญนัก?

ผมเห็นว่าคำถามนี้เป็นคำถามที่สำคัญผมจึงได้ให้เวลากับการตอบคำถามนี้มากหน่อย และหลังจากที่

ได้ใคร่ครวญสักครู่หนึ่งแล้วผมก็ตอบว่า ก็เพราะว่าคุณค่าที่เราประเมินตัวเองจะเป็นตัวกำหนดสิ่งที่คุณเป็นโอกาสที่ 8 : โอกาสในการพัฒนาทักษะผู้นำของคุณ

ผมยังจำได้ดีสมัยที่ผมเป็นเด็ก เฝ้ามองพ่อจนของผมยืนพูดอยู่บนเวทีด้วยความมั่นใจและจริงใจเพื่อ

กล่าวต้องรับบรรดาคุณครูที่เพิ่มได้รับการบรรจุเข้ามาอยุ่เขตการศึกษาของท่านในแต่ละปี ผมมีความรู้สึกภูมิใจ

มากที่ได้เห็นว่าคุณครูทุกคนที่อยู่ในห้องนั่งฟังอย่างตั้งใจ

และหลายครั้งเช่นกัน ผมก็ได้มีโอกาสเฝ้าดูพ่อรวยของผมยืนพูดอยู่บนเวทีกับลูกจ้างนับร้อยในงาน

เลี้ยงสังสรรค์ของบริษัทของท่านนอกจากนี้ผมก็บยังเคยมีโอกาสนั่งอยุ่หลังห้องประชุมในขณะที่พ่อรวยของผม

กำลังกล่าวคำปราศรัยเกี่ยวกับอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของธุรกิจของท่านต่อคณะกรรมการบริหารและบรรดา

พวกผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัทของท่าน

เหตุที่ทำให้ธุรกิจการตลาดแบบเครือข่ายยังคงเติบโตต่อไป

อนาคตของธุรกิจการตลาดแบบเครือข่ายดูออกจะสดใสมากยิ่งขึ้น เพราะการเปลี่ยนแปลงทาง

เศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้นในทุกวันนี้มีแนวโน้มที่จะช่วยผลักดันผู้คนให้เข้าสู่ธุรกิจ ขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยเหตุผลต่อไปนี้

1. ผู้คนต้องการที่จะมีอิสรภาพมากขึ้น

2. ผู้คนต้องการความร่ำรวยมากขึ้น

3. กองทุนเงินเกษียณอายุกำลังจะถูกยกเลิก

4. ผู้คนจะตระหนักมากขึ้น

5. โลกก็จะตื่นตัวขึ้น

6. การตกต่ำอาจจะไม่เกิดขึ้น

จงขอให้ผู้สปอนเซอร์สอนวิธีเล่นให้กับคุณ

เกมกระแสเงินสด 101 และ 202

ผมได้ออกแบบเกมกระแสเงินสดขึ้นสามเกมคือ เกมกระแสเงินสด 101,202 และ เกมกระแสเงินสดสำหรับเด็ก เกมทั้งสามนี้จะช่วยให้ผู้เล่นรู้วิธีการเริ่มต้นการวางแผนทางการเงินเหมือนกับที่พ่อรวยได้สอนผม

และบริษัทที่ดำเนินธุรกิจการตลาดแบบเครือข่ายหลายบริษัทก็ได้บรรจุเกมกระแสเงินสดนี้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของ

โครงการการอบรมของพวกเขา ด้วยเหตุผลที่ว่า

1. เกมกระแสเงินสดนี้จะสอนให้คนของเขารู้จักวิธีการหาเงินและรู้วิธีการดูและเงินของเขา

2. ได้รับความสนุกขณะที่เรียนรู้และอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความใฝ่ฝันตลอดจน

แผนงานในอนาคตระหว่างผู้เล่นเกมด้วยกัน

3. เ ก ม ก ร ะ แ ส เ งิ น ส ด จ ะ ช่ ว ย ก ร ะ ชั บ ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ร ะ ห ว่ า ง ผ

เล่นด้วยกัน

4. เพื่อที่จะได้ชี้นำให้คนใหม่ได้เห็นศักยภาพของธุรกิจการตลาดแบบเครือข่าย

5. เพื่อที่จะเปลี่ยนวิธีการคิดเกี่ยวกับเรื่องการเงินจากภายใน

พี่เลี่ยงที่ดีที่สุดในโลกพร้อมอยู่แล้วที่จะให้คำแนะนำกับคุณ

ผมมักจะถูกถามอยู่เสนอ ๆ ว่า แล้วให้ผมได้?

คำตอบของผมก็คือ มีหลายวิธีด้วยกันที่เราจะหาพี่เลี้ยงให้กับตัวเองได้ สำหรับตัวผมเอง ผมมีพี่

เลี้ยงอยู่หลายคนด้วยกันและพี่เลี้ยงที่เยี่ยมที่สุดที่ผมได้พบก็คือ ห้องสมุดเทปของไนติงเกล-โคแนนต์

ในปี 1974 เมื่อลาออกจากกองทัพเรือและสมัครเข้าทำงานกับริษัทซีร็อกซ์ ผมตระหนักดีว่า ผม

จำเป็นต้องเรียนรู้ทักษะผู้นำแบบใหม่ ทั้ง ๆ ที่ทักษะผู้นำที่ผมได้เรียนรู้จากกองทัพเรือจะเป็นสิ่งที่มีค่าเหลือ

ประมาณก็ตาม แต่มันก็ไม่สามารถนำมาใช้ได้ในโลกของการดำเนินธุรกิจ ในกองทัพนั้น

ขอยกเครดิตให้  www.getrichquick.in.th 

แล้วจะนำภาคต่อไปมานำเสนอนะครับ

ขอประชาสัมพันธ์การจัดสัมมนานะครับ

Economics Focus 2010 

-แนวคิดผู้ประกอบการ งานที่ควรทำ งานที่ต้องทำ
-สัญญาณที่บ่งบอกว่าวิกฤตเศรษฐกิจจะกลับมาอีกครั้ง
-กระแสโลกในยุคปัจจุบัน และในอนาคต
-กระแสในประเทศไทย และการเตรียมตัว
-คุณลักษณะของธุรกิจที่น่าจับตามอง ที่เรามีส่วนร่วมได้

ถ้าสนใจร่วมฟัง เชิญ register ผ่านลิ๊งได้เลยครับ

เขียนแล้วใน โรงเรียนสอนธุรกิจ | 1 ความคิดเห็น »

สู่ความเป็นอัจฉริยะด้วยการพัฒนาพลังสมอง part II

แสดงความเห็นโดย swninv บน ตุลาคม 1, 2007

สวัสดีครับเพื่อน ขออภัยที่ห่างหายไป 1 อาทิตย์เต็มๆ พอดีช่วงนี้งานเข้าเลยไม่มีเวลามา up blog เลยครับ แต่มาคราวนี้มีเรื่อน่าสนใจมา ร่ายให้ฟัง เมื่อสองวันก่อนผมได้ powerpoint เกี่ยวกับการพัฒนาการสู่ความเป็นอัจฉริยะ จากการที่ได้เปิดดูแล้ว เนื้อหาส่วนใหญ่ก็มาจาก หนังสือ “อัจฉริยะสร้างได้” ของคุณวนิษา เรซ ครับ น่าสนใจทีเดียว เอาละผมจะค่อยๆบอกไปทีละข้อแล้วกันนะไล่ตาม point เลย
1.เค้าบอกว่าการที่เราหายใจแต่ละครั้งเนี่ยเราจะสูญเสียน้ำตลอดเวลา ซึ่ง สมองคนเราเนี่ยประกอบ ไปด้วย โปรตีน 8% ไขมัน 10% น้ำ 82% จะเห็นได้ว่า มีน้ำมากที่สุดเค้าจึงแนะนำว่า เวลาเราทำงาน เราควรจะจิบน้ำบ่อยๆ สมองจะได้ไม่ฝืดเคือง อ่อ น้ำที่ดีที่สุดสำหรับสมองคือ น้ำที่อุณหภูมิห้องนะครับ
2.เค้าบอกว่า ความฉลาดของสมองขึ้นอยู่กับ รอยยัก ขนาด จำนวนเซลล์สมอง
3.สิ่งที่ทำให้สมองฉลาดไม่เท่ากัน คือ เส้นใยสมอง เส้นใยสมอง สร้างใหม่ได้ทุกวัน ไม่ใช้จะตัดออก เพราะฉะนั้นใครอยากฉลาดใช้สมองบ่อยๆ ถ้าเราไม่ใช้มันจะถูกตัดทิ้ง
ปล. ยังมีต่อไว้จะไปเขียน part III นะครับ

เขียนแล้วใน เทคนิคพัฒนาสมอง | 9 Comments »

สู่ความเป็นอัจฉริยะด้วยการพัฒนาพลังสมอง

แสดงความเห็นโดย swninv บน กันยายน 21, 2007

สวัสดีครับ blog นี้อาจไม่ใช่ blog แรกที่ผมเขียนแต่จะเป็นบล๊อกแรกที่ผมตั้งใจเขียนจริงๆ วันนี้ผมมีเรื่องมาแชร์ ครับ ผมได้ไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อ “สู่ความเป็นอัจฉริยะด้วยการพัฒนาพลังสมอง” เขียนโดย Eran Katz แปลโดย คุณวนิษา เรซ เป็นวิธีในการเขียนและจำอย่างมีประสิทธิภาพ ผมคิดว่าเทคนิคนี้เหมาะกับนักศึกษามากเลยนะครับ ซึ่งวิธีก็มีดังนี้

1.ปากกาที่ไว้จด ควรจะเป็นหมึกดำและกระดาษที่ใช้จดควรจะเป็นสีขาว เพราะอะไรรู้มั้ยครับ เค้าบอกว่า “สีดำบนสีขาวทำให้เด่นออกมา มองเห็นชัดขึ้น และอ่านได้ง่ายขึ้น ช่วยให้คนอ่านเข้าใจและมีสมาธิ”

2.”เนื้อเรื่องที่เข้าใจยาก หากเขียนตัวอักษรให้แยกๆกัน ไม่เขียนติดกัน ก็จะชัดเจนขึ้นและเข้าใจง่าย ” มันจะดีกว่าแน่นอนหากเราเขียนติดๆกันอย่างเร่งรีบ แล้วกลับมาอ่านอีกทีบางที คำบางคำเราอ่านไม่ออก ทำให้ประสิทธิภาพในการอ่านลดลงด้วยนะ

3.การจดบันทึกนะครับ ควรจัดบันทึกเป็นคอลัมน์ เหมือนในหนังสือพิมพ์ มีประโยชน์มากเลยนะ ประการแรกคือ ถ้าเขียนเป็นคอลัมน์เราไม่ต้องยกมือเพื่อเลื่อนบ่อยๆ มันจะเมื่อย ประการที่สอง เวลาอ่านปกติถ้าจดแบบปกติสายตาเราต้องเริ่มต้นอ่านจากด้านซ้ายจนสุดกระดาษด้านขวา แต่ถ้าเราเขียนเป็นคอลัมน์เราจะกวาดสายตาไปแค่ครึ่งเดียว ประโยชน์คือทำให้สายตาเราไม่ล้าไงครับ

 บทความนี้น่าจะให้ประโยชน์แก่ท่านที่เข้ามาอ่านนะครับ หากมีคำติชมหรือคำแนะนำก็โพสต์ได้เลยนะครับ มือใหม่หัดเขียนต้องการคำแนะนำ

เขียนแล้วใน เทคนิคพัฒนาสมอง | 13 Comments »